TNN24
Welcome to tnnthailand.com วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560
1 ปี “ทีวีอนาล็อกสู่ดิจิตอล” ก้าวที่ยังไม่ผ่าน
30 ธ.ค. 57, 21.40 น.
1514
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

“ทีวีดิจิตอล”  เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในกระแสข่าว ตลอดปี 2557   เพราะนอกจากเกี่ยวข้องกับคนไทยโดยตรง ยังเป็นเรื่องใหม่ในวงการทีวีไทย ที่เปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อก สู่ ดิจิตอล ทำให้ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเริ่มทดลองออกอากาศจนถึงขณะนี้ ต้องเผชิญกับหลากหลายปัญหา ทั้งในส่วนของหน่วยงานที่กำกับดูแล  ผู้ประกอบการ รวมถึง ผู้บริโภค  ตลอดจนปรากฏการณ์ช่วงชิงบุคลากร โดยเฉพาะ วงการสื่อ ท่ามกลางการแข่งทางธุรกิจที่เข้มข้นมากขึ้น

การเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกมาสู่ดิจิตอล เห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่ช่องดิจิตอล ต่างๆ ทั้ง 24 ช่องประเภทธุรกิจ และ 3 ช่องสาธารณะ ได้นำผังรายการมาออกอากาศ และมีการเปิดตัวช่องกันอย่างคึกคัก แต่การตอบรับของประชาชนในช่วง 3 เดือนแรก ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ ทำให้ผู้ประกอบการช่องดิจิตอล ต่างกังวลต่อเรทติ้งและเม็ดเงินโฆษณา จึงมีการเรียกร้องให้แจกคูปองดิจิตอลทีวีโดยเร็ว แต่กว่าจะเริ่มแจก ล็อตแรกได้ ก็ล่วงเลยมาถึงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา นี่เอง

อีกปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกิดทีวีดิจิตอล คือ ปัญหาบุคลากร หรือ คนทำทีวี  เนื่องจากการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ และหน้าเก่า ลงสู่สนามทีวีดิจิตอล ทำให้บุคลากรด้านทีวี เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก และที่เห็นเด่นชัดคือ คนข่าว ที่มีการย้ายค่ายกันอย่างคึกคักตั้งแต่ต้นปี ก่อนที่จะเริ่มทดลองออกอากาศ 

นอกจากนี้ ปัญหาการออกอากาศระหว่างระบบอนาล็อกและดิจิตอล กลายเป็นที่มาของการฟ้องร้องต่อศาลปกครองระหว่างผู้คุมกฎ อย่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. กับ ผู้ประกอบการ ช่อง 3   หลังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยกเลิกช่องที่รับชมได้เป็นการทั่วไป หรือ ฟรีทีวีเดิม 6 ช่อง มาเป็นช่องดิจิตอล ทำให้ท้ายที่สุดช่อง 3 อนาล็อก ต้องยอมออกอากาศคู่ขนานช่องดิจิตอล หลังต่อสู้นานนับเดือน

อีกหนึ่งปัญหาของทีวีดิจิตอล คือ โครงข่าย หรือ MUX  เพราะยังมี 2 ค่าย คือ บริษัท อสมท และ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ยังไม่สามารถติดตั้งได้ครอบคลุมตามเงื่อนไข กสทช. ส่งผลกระทบต่อการแจกคูปอง และปัญหาล่าสุด คือ การจัดเรียงเลขช่องดิจิตอลในระบบดาวเทียม และเคเบิลทีวี

แม้ขณะนี้ สถานการณ์ทีวีดิจิตอล เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่ในมุมผู้ประกอบการ หลายช่องต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย ทั้ง ค่าประมูลใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม ค่าเช่าโครงข่ายรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วยเม็ดเงินที่สูง  ขณะที่ เม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวี อยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท แต่ช่องดิจิตอล สามารถดึงส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาได้เพียง ร้อยละ 10 หรือ 8 พันล้านบาท  ทำให้แต่ละช่องดิจิตอล ต้องเร่งหาจุดขายให้ได้

ปัจจุบัน หลายช่องเริ่มสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นที่จดจำและดึงเรทติ้งจากผู้ชม อย่างเช่น ช่องข่าว TNN 24 ยังคงเป็นสถานีข่าว 24 ชั่วโมง ขณะที่ ช่องเวิร์คพ้อยท์ เน้นรายการเกมส์โชว์  ส่วนช่องทรู โฟ ยู  ชูจุดขาย ซีรี่ส์ และ ละครสำหรับกลุ่มวัยรุ่น ด้านไทยรัฐทีวี  เลือกนำเสนอรายการแปลกใหม่  

นายกสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทย ระบุ พฤติกรรมของคนดูทีวี ในปัจจุบัน แตกต่างไปจากเดิมมาก มักดูตามความชอบ และความสนใจเท่านั้น ทีวีจึงควรผลิตงานที่ตรงจุดเป้าหมายมากที่สุด

ทั้งนี้ การนำเสนอเนื้อหาของช่องดิจิตอล ไม่ใช่วัดจากความต้องการของผู้ชมเพียงอย่างเดียว เนื้อหาต้องมีคุณภาพ สร้างสรรค์ ซึ่ง กสท.  ในฐานะกำกับดูแล จะเข้าไปดูในรายละเอียดของช่องต่างๆ อย่างจริงจังมากขึ้น ในปี 2558  ขณะที่ แนวโน้มการแข่งขันในตลาดดิจิตอล นับวันจะเริ่มเข้มข้นมากขึ้น  ท้ายที่สุด จะเห็นว่า ใครจะอยู่รอดในธุรกิจนี้ 

ทีวีดิจิทัล.jpg

 



กรกฤต อินกองงาม ถ่ายภาพ
ณปภัช จันทร์อุดม TNN24 รายงาน

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :