Welcome to tnnthailand.com วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
5 ก.พ. 57, 16.56 น.
67082
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

วันมาฆะบูชา พุทธศาสนิกชนก็จะไปทำบุญตักบาตร ไหว้พระ ฟังธรรม ที่วัดจะมีพระขึ้นธรรมมาสน์เทศน์ และก็จะเวียนเทียน  ซึ่งเป็นการปฏิบัติบูชา เนื่องในวันมาฆะ

มาฆะบูชา คือ อะไร.....?    ตามพจนานุกรมไทย  ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542   มาฆ- , มาฆะ [ คะ]  คือ ชื่อของเดือนที่ 3 เป็นชื่อทางจันทรคติ หรือ เดือน 3 เรียกว่าเป็น เดือนมาฆะ

มาฆะบูชา จึงแปลตรงๆ ได้ว่า การบูชาเดือน 3 

พระสงฆ์ 1250.jpg

ที่นี้ เรามาดูกันต่อไปว่า ทำไมพุทธศาสนิกชนจึงมาบูชาเดือน 3  นั่นก็เป็นเพราะมีที่มา..ว่า.. ในเดือนมาฆะ หรือ เดือน 3  มีเหตุการณ์ที่สำคัญ  คือ ในเดือน 3  ในวันที่เกิดวันเพ็ญ หรือ วันที่พระจันทร์เต็มดวง  ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ  ได้เกิดเหตุการณ์พระสงฆ์ จำนวน 1,250 องค์ เดินมาทางมาประชุมกัน ที่ เวฬุวันมหาวิหาร ณ กรุงราชคฤห์

 

วัดเวฬุวัน.JPG
เวฬุวันมหาวิหาร ประเทศอินเดีย

พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมด 1,250 องค์ ล้วนเป็น " เอหิภิกขุอุปสัมปทา " หรือ ผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง หรือ พูดง่าย ก็คือ พระพทธเจ้าบวชให้  และพระสงฆ์ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นพระอรหันต์  (หมายเหตุ : ลักษณะนามเรียกพระสงฆ์ที่เป็นพระอรหันต์ ว่า องค์)

จากนั้นพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปาฏิโมกข์ ให้พระสงฆ์ที่มาประชุมกัน ณ เวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แห่งนี้ 

โอวาทปาฏิโมกข์
(หันทะ มะยัง โอวาทะปาติโมกขะคาถาโย ภะณามะ เส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกล่าวคาถาแสดงพระโอวาทปาติโมกข์เถิด

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง     การไม่ทำบาปทั้งปวง
กุสะลัสสูปะสัมปะทา             การทำกุศลให้ถึงพร้อม
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง                    การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง                ธรรม ๓ อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา          ขันติ คือความอดกลั้นเป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา       ผู้รู้ทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี             ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย
สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต           ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย
อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต              การไม่พูดร้าย, การไม่ทำร้าย
ปาติโมกเข จะ สังวะโร                       การสำรวมในปาติโมกข์
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัส๎มิง                  ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค
ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง                     การนอนการนั่งในที่อันสงัด

อะธิจิตเต จะ อาโยโค                         ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง          ธรรม ๖ อย่างนี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

 

หลักสำคัญ ของ โอวาทปาฏิโมกข์ เมื่อสรุปออกมา อย่างเข้าใจง่ายๆ ก็คือ

การทำความดี  ละเว้นความชั่ว  และ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส

การทำความดี  ละเว้นความชั่ว  และ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส หลักทั้ง 3 ประการที่พระพุทธเจ้าแสดงออกมา เป็นเรื่องที่ฟังดู ง่ายมาก ถึง มากที่สุด  ไม่มีอะไรซับซ้อน และทางปฏิบัติ การทำความดี ละเว้นความชั่ว ก็เป็นการปฏิบัติที่ไม่ยากอะไร ก็คือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว   

แต่สำหรับการทำจิตใจให้บริสุทธิ์นั้น ข้อนี้น่าจะเป็นผลจากการทำความดี ละเว้นความชั่ว  เรามาทำความรู้จัก กับ การทำจิตใจให้บริสุทธิ์กัน

การทำจิตใจให้บริสุทธิ์หมายถึง การชำระ หรือ ล้างจิตใจให้สะอาด ปราศจากสิ่งอันเป็นเครื่องเศร้าหมอง หรือ กิเลส

กิเลส เป็นภาษาบาลี แปลว่า เศร้าหมอง หมายถึง สิ่งที่ทำให้จิตเศร้าหมอง  

กิเลสจำแนกออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ โลภะ โทสะ และ โมหะ หรือ ความโลภ โกรธ หลง  หากมี ความโลภ ความโกรธ ความหลง เกิดขึ้นจิตใจ จิตใจก็ไม่บริสุทธิ์ผ่องใส  

วันก่อน ผู้เขียนได้ฟังรายการวิทยุหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดสังฆทาน  (ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 55) แต่ผู้เขียนยังคงได้ยินเสียงท่านซึ่งทีมงานเก็บไว้และนำมาออกอากาศได้เป็นอย่างดี   ท่านกล่าวว่า  จิตใจบริสุทธิ์ผ่องใสนั้น ถือว่าเป็น บุญ  นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้ไปพบข้อความของท่านในเว็บแห่งหนึ่ง ซึ่งก็จะเกี่ยวเนื่องกับการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส  ดังนี้ 

หลวงพ่อสนอง.jpg

 บุญและบาปอยู่ในใจเราคนเดียว เหมือนมีคน 2 คนอยู่ในใจเรา ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ผลัดกันแสดงอาการออกมา เวลาสงบก็มี   พุธโธ ธัมโม สังโฆอยู่ในใจ และ นึกถึงพระอรหันต์อยู่ในใจ คนดีก็โผล่ขึ้นมาในใจ ก็นึกแต่สิ่งที่ดี พูดคุยแต่สิ่งที่ดี ก็แสดงอาการที่ดีออกมาทางกายและวาจา ถ้าขาดสติสัมปชัญญะ คนไม่ดีก็เกิดขึ้นมาแทน คิดแต่เรื่องไม่ดี ทำแต่เรื่องไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ดี ทำแต่เรื่องที่ไม่สบายใจตลอดเวลา

เขาเรียกว่า จิตสังขารปรุงแต่งเป็นบุญและบาป ปรุงแต่งเป็นบุญก็สบายใจ เย็นใจ ถ้าปรุงแต่งเป็นบาปก็ทำให้จิตใจเร่าร้อน เป็นทุกข์ระทมขมขื่นใจ  จิตสังขารปรุงแต่งจิตให้เป็นบุญและบาปอยู่สม่ำเสมอ ก็ต้องทำ อุเบกขา คือ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย สุขก็ทำเฉยๆ ทุกข์ก็ทำเฉยๆ ถือว่าเป็นธรรมดาที่คนเราก็มีอยู่ทุกวันทุกเวลา ”

คำสอนของหลวงพ่อ หากท่านผู้อ่านสนใจ.. รับฟังได้ที่ FM 89.25 ฟังได้ตลอด 24 ชม. ว่างเวลาใด หรือ นึกออกว่าอยากฟังธรรมะเวลาใด ก็เปิดมาฟังได้  บางช่วงเวลาก็จะมีการสวดมนต์ บางช่วงเวลาก็จะมีเรื่องราวในสมัยพุทธกาล  บางช่วงก็เป็นการสอนการทำสมาธิ  แต่ก็จะได้ยินเสียงหลวงพ่อสอนธรรมะ สอนการปฎิบัติสมาธิในหลายช่วงเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ยินเสียงของหลวงพ่อสนอง  เราได้เสียงธรรมะจากหลวงพ่อรูปใด หรือ จากสถานที่แห่งใด  แล้วทำให้ผู้ฟังเกิดความสงบ   เกิดความสบายใจ  แล้วเกิดความเข้าใจในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  นั่นก็จะเป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้ท่านมีจิตใจบริสุทธิ์ผ่องใส  

 หลวงพ่อจรัญ.jpg

ความสุขเกิดได้ เกิดจากใจสะอาด....ใจสะอาดได้ เกิดจากจิตที่สงบ.จากหนังสือสวดมนต์ สร้างบุญ  สะสมทุนแห่งความสุข  โดย  พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

ธรรมะสบายดี ตอน ความดี  ละเว้นความชั่ว  ทำจิตใจให้บริสุทธิ์  ขอจบแต่เพียงนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้พบกับความสุขจากการทำความดี  ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์    และนำพาท่านเข้าถึงความสุขตลอดไป....

 


ผึ้ง สารพัดธรรม  


แหล่งข้อมูล:  

  • http://rirs3.royin.go.th/word31/word-31-a0.asp
  • http://www.royin.go.th/th/webboardnew/answer.php?System_MainGroup=3&GroupID=&searchKey=&searchFrom=&searchTo=&PageShow=145&TopView=&QID=5881
  • https://sites.google.com/site/bandxnswrrkh/bth-swd-xo-wath-pati-mok-kh-khatha
  • http://www.dhammathai.org/day/maka.php
  • http://www.dhammajak.net
  • http://www.maceducation.com
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :