Welcome to tnnthailand.com วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
หุ้นร่วง0.21จุด รอลุ้นแกว่งSideway up
9 ก.พ. 61, 17.38 น.
1326
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

ตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 1,786.45 จุด ลดลง 0.21 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,684.23 ล้านบาท ปิดลดดีกว่าตลาดภูมิภาครับแรงซื้อ BBL – KBANK ที่พยุงตลาด สัปดาห์หน้าลุ้นแกว่ง Sideway up

วันนี้ (9 .. 61) ตลาดหลักทรัพย์ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,786.45 จุด ลดลง 0.21 จุด (-0.01%) มูลค่าการซื้อขาย 67,684.23 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีลดช่วงลบในภาคบ่ายหลังร่วงแรงในภาคเช้าตามตลาดหุ้นสหรัฐจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็ว แต่ภาคบ่ายมีแรงซื้อกลับนำโดยหุ้น BBL - KBANK ช่วยประคองตลาด

ด้านนักวิเคราะห์ฯ ระบุดัชนีแกว่งผันผวนทั้งบวก - ลบ แต่ภาพรวมดีกว่าตลาดภูมิภาค เหตุต่างชาติไม่ได้ถือครองหุ้นไทยมากแล้ว ทำให้แรงขายออกมาไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดอื่น แนะจับตาสถาบันในประเทศที่แม้กังวลการปรับฐานของตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่ก็ยังมั่นใจผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวลักษณะประคองตัว และแนวโน้มแกว่ง Sideway ถึง Sideway up ในสัปดาห์หน้า ให้แนวรับ 1,770 จุด และแนวต้าน 1,800-1,810 จุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,786.45 จุด ลดลง 0.21 จุด (-0.01%) มูลค่าการซื้อขาย 67,684.23 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงแรงในภาคเช้า ก่อนจะลดช่วงลบและพลิกกลับมาแกว่งแดนบวกได้บางช่วงในการซื้อขายภาคบ่าย โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,788.01 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,766.82 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 544 หลักทรัพย์ ลดลง 775 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 464 หลักทรัพย์

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยวันนี้ค่อนข้างผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ แต่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยนับว่า outperform ตลาดอื่น โดยในช่วง 10 วันทำการที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลงราว 10% ,ตลาดหุ้นฮ่องกงลดลง 9% ,ตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลง 9% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยลดลงราว 3% เท่านั้น โดยการที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวได้ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติไม่ได้ถือครองในตลาดหุ้นไทยมากนัก ทำให้ไม่มีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติออกมามาก

ขณะที่ยังต้องจับตาการลงทุนของสถาบันในประเทศที่ยังไม่ชัดเจน หลังบางรายก็ขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรบางส่วน ขณะที่บางรายก็ยังมองถึงทิศทางผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อยู่ในระดับที่ดี ซึ่งในสัปดาห์หน้าก็จะมีบจ.ทยอยประกาศผลประกอบการปี 60 ออกมา ก็ยังมีทิศทางที่ดีทั้งในกลุ่มพลังงาน และพลังงานทางเลือก

ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าคาดว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะแกว่งตัว Sideway ถึง Sideway up จากการคาดหวังว่าตลาดหุ้นสหรัฐจะดีดตัวกลับหลังจากที่ร่วงลงแรงราว 10% จะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย หลายแห่งก็จะเริ่มทยอยปิดในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมองดัชนีหุ้นไทยน่าจะไม่หลุดแนวรับ 1,770 จุด และมีแนวต้านที่ระดับ 1,800-1,810 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

AOT มูลค่าการซื้อขาย 5,054.50 ล้านบาท ปิดที่ 67.75 บาท ลดลง 1.00 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,469.50 ล้านบาท ปิดที่ 480.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

IVL มูลค่าการซื้อขาย 3,922.08 ล้านบาท ปิดที่ 53.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท

BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,631.79 ล้านบาท ปิดที่ 21.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท

EA มูลค่าการซื้อขาย 2,349.94 ล้านบาท ปิดที่ 68.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :