Welcome to tnnthailand.com วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ประสาน6จว.เฝ้าระวังผลกระทบจากการระบายน้ำ
12 ต.ค. 60, 15.25 น.
378
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

ปภ.ประสาน6จว.ลุ่มเจ้าพระยา-ริมแม่น้ำป่าสัก เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากการระบายน้ำเพิ่ม แนะปชช.ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

วันนี้( 12 ต.ค.60) นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาวะอากาศและ
ปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร พบว่า ปริมาณฝนกระจายตัวในพื้นที่ตอนล่างและภาคกลาง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้น ประกอบกับกรมชลประทานได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อาจทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ที่ประสบน้ำท่วมขัง และพื้นที่ที่ต้องรองรับน้ำจากแม่น้ำต่างๆ ที่ไหลมาสมทบ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย 6 จังหวัดพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และริมแม่น้ำป่าสัก ได้แก่ ชัยนาท , สิงห์บุรี , อ่างทอง , ลพบุรี , สระบุรีและพระนครศรีอยุธยา เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยประสานชลประทานจังหวัดติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ควบคุมการเปิด – ปิดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับระดับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มและปัจจัยเสี่ยงจากปริมาณน้ำท่าและปริมาณน้ำฝน รวมถึงปริมาณน้ำไหลผ่าน หากสถานการณ์มีแนวโน้มขยายวงกว้างให้จัดชุดเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยเตรียมพร้อมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ให้จังหวัดสำรวจพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมขังริมฝั่งแม่น้ำ และเสริมพนังกั้นน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรง รวมถึงระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ที่สำคัญ ให้จังหวัดยึดการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ โดยกำหนดพื้นที่รับผิดชอบและแบ่งมอบภารกิจอย่างชัดเจน ทั้งในพื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่วิกฤตให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยในพื้นที่ อีกทั้งเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนภัย และวิธีปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตในช่วงที่เกิดสถานการณ์ภัยได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำการระบายน้ำ และพยากรณ์อากาศ รวมถึงปริมาณฝนในพื้นที่ หากมีประกาศเตือนภัยให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด กรณีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :