Welcome to tnnthailand.com วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
มติสนช.เอกฉันท์รับหลักการพ.ร.ป.พรรคการเมือง
21 เม.ย. 60, 15.43 น.
380
ขนาดอักษร:
ส่งอีเมล์ พิมพ์หน้านี้
Like 0

สนช.มีมติเอกฉันท์ 175 เสียงรับหลักการพ.ร.ป.พรรคการเมือง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน31คนขึ้นมา1ชุด

วันนี้( 21 เม.ย.60) ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการด้วยมติเอกฉันท์ 175 เสียง ไว้พิจารณาต่อไป พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 31 คนขึ้นมา 1 ชุด โดยมีสัดส่วนของ สนช. 25 คน ,กรธ. 2 คน ,คณะรัฐมนตรี 1 คน , กกต. 1 คน ,สปท. 1 คน และผู้แทนจากกฤษฎีกา 1 คน โดยมีระยะเวลาการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน

โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ยืนยันหลักการว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งให้พรรคการเมือง สามารถดำเนินกิจการได้โดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำ มีมาตรการกำกับดูแลสมาชิกพรรคฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและให้การบริหารพรรคการเมืองหลังจากนี้เป็นไปอย่างเปิดเผย

ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช.ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ได้ชี้แจงผลการเชิญผู้แทนพรรคการเมืองและนักวิชาการเข้าหารือก่อนหน้านี้ โดยพรรคการเมืองและนักวิชาการเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ ทำให้พรรคการเมืองจัดตั้งยากแต่ถูกยุบง่าย ซึ่งขัดต่อหลักการประชาธิไตยและการกำหนดทุนประเดิมของพรรคการเมือง และค่าสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น จะเกิดปัญหานายทุนพรรคมากขึ้นได้ และยังตั้งข้อสังเกตต่อองค์ประกอบของคณะกรรมการพัฒนาการเมือง และคณะ
กรรมการกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองว่า เหตุใดจึงตัดสัดส่วนของผู้แทนพรรคการเมืองออกไป พร้อมเห็นว่า ในร่างกฎหมายดังกล่าว มีบทลงโทษรุนแรงกับผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองจึงอาจเป็นเหตุให้ไม่มีคนรุ่นใหม่ เข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองได้ เพราะกลัวบทลงโทษที่รุนแรง

ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสนช. เห็นว่าโทษต่างๆที่กำหนดในร่างกฎหมายพรรคการเมืองฉบับนี้ ยังน้อยเกินไปและไม่รุนแรงพอพร้อมสนับสนุนการเก็บค่าสมาชิกพรรคการเมือง

นายวัลลภ ตังคนานุรักษ์ สมาชิก สนช. เห็นด้วยกับหลายเนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับนี้ ทั้งเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือห้ามสมาชิกพรรครับเงินหรือทรัพย์สินจากบุคคลภายนอก แต่ยังกังวลในกรณีการจ่ายเงินบำรุงพรรคการเมืองของสมาชิก ที่หากขาดการชำระ 2 ปี จะต้องพ้นสมาชิกภาพนั้น อาจเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป

นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล สมาชิกสนช. เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ของกรธ. เพราะอาจเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองของประเทศในอนาคต และสนับสนุนระบบการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งของพรรคการเมืองตามร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ยังกังวลต่อการบังคับใช้ เพราะเห็นว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองที่ต้องหาสมาชิก 500 คนนั้น ยากเกินไปและการวางทุนประเดิม 1 ล้านบาท อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีฐานะ มากกว่าผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง รวมถึงการระดมสมาชิกในช่วงการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น จะเป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมืองขนาดเล็ก

ขณะที่นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. เห็นด้วยกับการให้สมาชิกพรรคจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมือง เพื่อให้สมาชิกพรรคมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของพรรคการเมือง แต่จะต้องมีการตรวจสอบว่าเงินดังกล่าว จะต้องไม่ใช่เงินทดรองจ่ายจากพรรคการเมือง พร้อมเห็นว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นควรจัดตั้งง่ายและยุบยาก

นายสมชาย แสวงการ เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และเห็นว่า ก่อนการรัฐประหารนี้ ไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงพร้อมหวังว่า ในขั้นกรรมาธิการจะสีการพิจารณาปรับแก้ให้เหมาะสมและยังหวังว่า ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. นั้น จะสามารถตอบโจทย์เรื่องการเลือกตั้งโปร่งใส มีกรรมการองค์กรอิสระที่กล้าหาญ และโปร่งใสได้

ทั้งนี้ นายมีชัย ยังชี้แจงถึงข้อท้วงติงจากพรรคการเมืองและนักวิชาการ ที่ว่าจัดตั้งพรรคการเมืองนั้นยาก และถูกยุบง่ายนั้น การตั้งสมาชิก 500 คน ถือว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสม เพราะจำนวนที่ กกต. เสนอมานั้น สูงถึง 5,000 คน ขณะที่การยุบพรรคนั้น ในกฎหมายมีการระบุไว้ชัดเจน เช่น การไปรับเงินจากต่างประเทศ หรือเป็นความผิดรุนแรง ที่เป็นภัยต่อประเทศและประชาชน ส่วนการจ่ายเงินทุนประเดิมพรรคนั้น ไม่ได้ เพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองเท่านั้น แต่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 258 ที่การปฏิรูปพรรคการเมือง สมาชิกจะต้องมีส่วนร่วม
และความรับผิดชอบพรรคการเมืองอย่างแท้จริง

พร้อมเปิดเผยว่ากรธ. ได้ขอให้สำนักงานสถิติแห่งชาติ ไปสำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนร้อยละ 78.8 เห็นว่า สมาชิกพรรคการเมืองควรเสียค่าสมาชิก ซึ่งในจำนวนนี้ ร้อยละ 18.8 เห็ยว่าควรเก็บเกิน 200 บาทต่อปี และร้อยละ 13 ควรเก็บ 100 บาทต่อปี ซึ่ง กรธ. ก็ได้ลดหย่อนให้พรรคการเมืองไว้ในบทเฉพาะกาล ให้สมาชิกในพรรคการเมืองเก่าจ่ายค่าบำรุงพรรค 50 บาท จากนั้นจึงค่อยขยับขยายไป เพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง

นายมีชัย ยังชี้แจงถึงกรณีการตัดสัดส่วนของผู้แทนพรรคการเมืองจากองค์ประกอบของคณะกรรมการพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการกอง ทุนพัฒนาพรรคการเมืองว่า เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และจะไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมือง ที่ไม่มีผู้แทนในคณะกรรมการ รวมถึงยังชี้แจงถึงการกำหนดบทลงโทษในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ แต่หาก สนช. เห็นว่า โทษใดที่รุนแรงเกินไป และจะปรับลด กรธ. ก็พร้อมยอมรับ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นๆ ในหมวด
ส่งข้อมูลนี้ให้เพื่อนคุณ
ชื่อของคุณ :  อีเมล์ของคุณ : 
ชื่อของเพื่อน :  อีเมล์ของเพื่อน : 
ข้อความ : 
กรอกตัวอักษรที่เห็นในภาพด้านล่าง :