รู้จักทีมชาติอาร์เจนติน่า

18:29 11 พฤษภาคม 2561 6,038
ล้วงลึกฟุตบอลโลก : "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา แม้จะพกศักดิ์ศรีรองแชมป์ฟุตบอลโลกจากครั้งที่แล้ว และอดีตแชมป์โลก 2 สมัย เมื่อปี 1978 กับ 1986 มายังฟุตบอลโลก2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทว่ารอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ กลับต้องลุ้นหนักมากที่สุดครั้งหนึ่ง

เมื่อออกตัว 3 นัดแรก ไม่ชนะ และต้องใช้เวลาถึง 214 นาที ถึงจะยิงประตูแรกได้ ทำให้จบ 18 นัด อาร์เจนตินา ยิงได้ 19 ประตู น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก โบลิเวีย เท่านั้น ทำให้ต้องใช้โค้ช ถึง 3 คน กว่าจะผ่านรอบคัดเลือก ตั้งแต่ เกราร์โด มาร์ติโน, เอ็ดการ์โด เบาซา และมาจบที่ ฮอร์เก ซามเปาลี

ซึ่งนัดแรกที่ ซามเปาลี คุมทีมเต็มตัว เป็นการเอาชนะ บราซิล คู่ต่อสู้แห่งศักดิ์ศรีร่วมทวีป 1-0 ในนัดกระชับมิตร หลังจากนั้นนำ อาร์เจนตินา ไม่แพ้ใน 4 นัดสุดท้าย รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ จบด้วยอันดับ 3 โดยมีคะแนนห่างจาก ชิลี ทีมอันดับ 6 นอกพื้นที่เพลย์ออฟ ไม่ได้ตั๋วไปรัสเซีย เพียง 2 คะแนนเท่านั้น

แต่ ซามเปาลี ก็เพิ่งมาเสียหน้าในนัดกระชับมิตรเกมล่าสุด เมื่อออกไปพ่าย สเปน 1-6 ถึงกรุงมาดริด โดยเกมดังกล่าว ไม่มี ลิโอเนล เมสซี เพลย์เมกเกอร์หมายเลข 1 ของทีม ที่บาดเจ็บ

จึงเป็นคำถามว่าในฟุตบอลโลก 2018 นี้ เมสซี กัปตันทีม ที่เชื่อกันว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขา จะแบกรับภาระอันหนักอึ้งของทีมไหวหรือไม่ 

เพราะแม้ เมสซี จะเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกจาก “ฟีฟา บัลลงดอร์”4 สมัย ในปี 2010, 2011, 2012 และ 2015 ทว่าในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เมสซี ในวัย 30 ปี มีอาการเจ็บ อ่อนล้าอยู่บ่อยครั้งทั้งในเกมทีมชาติ และ บาร์เซโลนา ต้นสังกัด ซึ่งเป็นเหตุให้ อาร์เจนตินา ยิงประตูรวมได้เพียง 19 ประตู จาก 18 นัดในรอบคัดเลือก และใน 19 ประตู ก็เป็น เมสซี ยิงคนเดียว 7 ประตู หรือเกือบครึ่งก็ว่าได้ 

อีกจุดหนึ่งที่สื่อบ้านเกิดยังหนุนหลัง ซามเปาลี อยู่นั้น ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนอาร์เจนตินา แต่เป็นเพราะ ซามปาลี เคยคุมทีมชาติชิลี ดวลจุดโทษชนะ อาร์เจนตินา 4-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์อเมริกาใต้ โคปา อเมริกา 2015 ซามเปาลี จึงรู้ข้อดีข้อด้อยของลูกทีมชุดนี้ดี เนื่องจากเคยอยู่ฝั่งตรงข้ามลูกทีมตัวเองมาก่อนแล้ว แถมยังเอาชนะได้ด้วย

สำหรับฟุตบอลโลก รัสเซีย 2018 รอบแรก อาร์เจนตินา ถูกจับอยู่ในกลุ่ม ดี ร่วมกับ ไอซ์แลนด์, โครเอเชีย และ ไนจีเรีย โดยจะเปิดสนามกับ ไอซ์แลนด์ ในวันที่ 16 มิ.ย.61 ตามด้วย โครเอเชีย วันที่ 21 มิ.ย.61 และปิดนัดสุดท้าย รอบแรก กับ ไนจีเรีย วันที่ 26 มิ.ย.61