คลายกังวลศึกการค้า ดาวโจนส์พุ่ง224.44จุด

07:07 13 กรกฎาคม 2561 554
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิด 24,924.89 จุด เพิ่มขึ้น 224.44 จุด ได้แรงหนุนหุ้นเทคโนฯแข็งแกร่ง-สหรัฐและจีนส่งสัญญาณสงบศึกการค้า

วันนี้(13 ก.ค. 61) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (12 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งรายงานข่าวที่ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนส่งสัญญาณยุติสงครามการค้า ผ่านการเจรจาระดับทวิภาคีรอบใหม่

 

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,924.89 จุด เพิ่มขึ้น 224.44 จุด หรือ +0.91% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,798.29 จุด เพิ่มขึ้น 24.27 จุด หรือ +0.87% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,823.92 จุด เพิ่มขึ้น 107.30 จุด หรือ +1.39%

 

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 1.7% หุ้นอเมซอน พุ่งขึ้น 2.8% หุ้นอัลฟาเบท เพิ่มขึ้น 2.5% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.1% หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้น 1.5% หุ้นไมครอน เทคโนโลยีส์ พุ่งขึ้น 2.4% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.2% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ ทะยานขึ้น 2.3% และหุ้นอินเทล ปรับตัวขึ้น 2.3%

 

นักวิเคราะห์จากพรูเดนเชียล ไฟแนนเชียล ในรัฐนิวเจอร์ซีของสหรัฐ กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนั้น มาจากข่าวที่ว่า บริษัทบรอดคอม ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพในธุรกิจสื่อสาร ประกาศทุ่มเงิน 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อกิจการซีเอ เทคโนโลยีส์ โดยข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นซีเอ ทะยานขึ้น 18.7% และหุ้นบรอดคอม พุ่งขึ้น 13.7% 
          

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐยังมีแนวโน้มที่จะจัดการเจรจาเพื่อยุติสงครามการค้าระหว่างกัน โดยนายหวัง ชูเหวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหรัฐร่วมแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้า ผ่านทางการเจรจาทวิภาคีรอบใหม่ และระบุว่า จีนไม่ต้องการทำสงครามการค้า ขณะที่มีรายงานว่า คณะทำงานของปธน.ทรัมป์ก็เต็มใจที่จะหันหน้าเจรจากับจีนเช่นกัน 

 

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงธนาคารเวลส์ ฟาร์โก, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และซิตี้กรุ๊ป ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 20% หลังจากที่พุ่งขึ้น 24% ในไตรมาสแรก

 

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ได้แก่ จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 18,000 ราย สู่ระดับ 214,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% แต่หากเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 2.9% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.2555

 

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนมิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน