จี้เอาผิดครู! บังคับนักเรียนสำเร็จความใคร่

16:23 8 มกราคม 2562 247
ผู้ปกครองจี้เอาผิดครูคณิตศาสตร์ใน จ.กระบี่บังคับเด็กนักเรียนชายให้สำเร็จความใคร่ พบเด็กตกเป็นเหยื่อกว่า10คน

 

วันนี้( 8 ม.ค.62) ความคืบหน้ากรณีที่นายกระจ่าง  โสบุตร  คณะกรรมการสถานศึกษา ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลเขาคราม อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ นำผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชายชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 เข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจภูธรอ่าวนางว่า ถูกครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ในโรงเรียนกระทำอนาจาร ด้วยการบังคับให้เด็กนักเรียนสำเร็จความใคร่ด้วยปากถึง 4 ครั้ง จนเกิดอาการหวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียน และยังมีเด็กนักเรียนอีกเกือบ 10 คน ถูกครูคนดังกล่าวบังคับให้ทำอนาจารในลักษณะเดียวกันซึ่งขณะนี้มีผู้ปกครองเข้าแจ้งความแล้ว 2 ราย 

 

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งพบว่ายังคงเปิดเรียนตามปกติ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวแจ้งความประสงค์ว่าต้องการสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้อำนวยการโรงเรียน ปรากฏว่า ไม่อยู่และไม่ทราบว่าไปราชการที่ใด เมื่อติดต่อทางโทรศัพท์ก็ไม่มีผู้รับสาย จึงสอบถามครูที่ทำการสอนอยู่ภายในโรงเรียน กลับได้คำตอบว่า ไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆได้และไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น  

 

ด้านพ.ต.อ.ชวลิตร เพชรศรีเปีย ผ็กำกับการสถานีตำรวจภูธรอ่าวนาง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนมาแจ้งความดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าวแล้ว 2 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบปากคำเด็กผู้เสียหาย ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะต้องมีทีมสหวิชาชีพหลายฝ่ายทั้งตำรวจ อัยการ เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และนักจิตวิทยามาร่วมสอบปากด้วย โดยพนักงานสอบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อยู่ระหว่างประสานงาน 

 

สำหรับคดีนี้แมีของเด็กชายวัย 8 ขวบ เล่าว่า ตนเองสังเกตเห็นลูกชาย มีอาการหวาดกลัวไม่อยากไปโรงเรียน และผลการเรียนก็แย่ลง เมื่อสอบถามจึงรู้ว่าลูกถูกครูกระทำการอนาจารมา 4 ครั้งแล้ว แต่ไม่กล้าบอกเพราะครูได้ขู่ว่า หากนำเรื่องนี้ไปบอกใครจะไม่ให้คะแนน 

 

นอกจากนี้ยังมีเด็กนักเรียนชายอายุตั้งแต่ 8-10 ปีถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวอีกเกือบ 10 คน ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา โดยนักเรียนบางคนถูกบังคับทำอนาจารมาแล้วกว่า 20 ครั้ง ทั้งในห้องเรียนและที่บ้านพักครูที่เปิดเป็นโรงเรียนสอนพิเศษกระทั่งมีการประชุมผู้ปกครองเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีผู้ปกครองร้องเรียนเรื่องดังกล่าว ทางโรงเรียนจึงส่งหนังสือไปยังสำนักเขตพื้นที่การศึกษา แต่ไม่มีการลงโทษใดๆ มีเพียงคำสั่งคาดโทษเท่านั้น และครูคนดังกล่าวก็ยังคงสอนหนังสือตามปกติ ซึ่งผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่เสียหาย มองว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะอาจจะยังมีเด็กต่อเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก